ข้อดีอย่างหนึ่งของการตลาดดิจิทัลคือมีข้อมูลที่แม่นยำให้ใช้มหาศาล แทนที่จะต้องคอยเดาว่ามีรถขับผ่านป้ายบิลบอร์ดกี่คัน หรือโฆษณาทางทีวีมีคนดูเท่าไร ตอนนี้สามารถเห็นได้เลยว่าใครคลิกโฆษณาชิ้นไหน จากนั้นทำอะไรต่อ สนใจเรื่องใดอีกบ้าง และเคยมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณอย่างไรในอดีต ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น
ข้อมูลผู้บริโภคคืทรัพยากรสำคัญสำหรับนักการตลาด แต่ก็มีมากเกินกว่ามนุษย์จะจัดการได้ทั้งหมดด้วยตนเอง และนี่คือจุดที่สมองกลเข้ามาช่วยได้ ต่อไปนี้คือวิธีที่นักการตลาดใช้ AI เพื่อรับมือกับความเร็วและความซับซ้อนของการตลาดยุคดิจิทัลได้อย่างไรบ้าง
AI Marketing คืออะไร
AI Marketing คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริทึมต่างๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ รวมถึงปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย การผสาน AI เข้ากับงานการตลาดช่วยให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แม่นขึ้น ปรับแคมเปญได้ดีขึ้น และตัดสินใจได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ส่งผลให้สามารถนำเสนอคอนเทนต์ ข้อเสนอ และประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า พร้อมใช้ทรัพยากรด้านการตลาดได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น
วิธีใช้ AI Marketing ในเชิงดิจิทัล
- การสร้างคอนเทนต์
- การแบ่งกลุ่มลูกค้าและปรับแต่งเฉพาะบุคคล
- การบริการลูกค้า
- การเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ
- การทำงานอัตโนมัติ
ทีมการตลาดใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยทำงานอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไปนี้คือตัวอย่าง 5 วิธีที่ AI Marketing ถูกนำมาใช้จริงในการทำการตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน
การสร้างคอนเทนต์
เครื่องมือ Generative AI สามารถสร้าง แก้ไข และดัดแปลงคอนเทนต์สำหรับการตลาดดิจิทัลได้หลากหลายรูปแบบ โดยทีมการตลาดนิยมใช้ AI เพื่อช่วยทำงานด้านคอนเทนต์สำหรับสื่อต่างๆ ดังนี้
- รูปภาพ เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI สร้างภาพจากคำสั่งที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป ช่วยให้นักการตลาดทำภาพสมจริงหรือกราฟิกที่สอดคล้องกับแบรนด์สำหรับเว็บไซต์ โพสต์โซเชียลมีเดีย หรือการใช้งานด้านการตลาดอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เครื่องมือแก้ไขภาพที่มี AI ยังช่วยเปลี่ยนพื้นหลัง เพิ่มหรือลบวัตถุ รวมถึงปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
- วิดีโอ นักการตลาดยังใช้ AI เพื่อสร้างและตัดต่อวิดีโอ เดโมสินค้า หรือสื่อให้ความรู้ได้ด้วย โดยโปรแกรมทำวิดีโอ สามารถสร้างฟุตเทจใหม่จากข้อความ รูปภาพ หรือพรอมป์ตวิดีโอ ขณะที่ฟีเจอร์ด้านการตัดต่อด้วย AI ก็ช่วยปรับสีและแสง ลบวัตถุ รวมถึงสร้างซับไตเติลได้ง่ายขึ้น บางเครื่องมือยังตรวจจับฉากสำคัญและแนะนำการตัดต่อให้ได้อีกด้วย
- ข้อความ โปรแกรมเขียนด้วย AI สามารถสร้างเนื้อหาสำหรับเว็บเพจ แลนดิ้งเพจ อีเมลการตลาด โพสต์โซเชียลมีเดีย โฆษณาดิจิทัล บล็อก และแทบทุกอย่างที่ทีมการตลาดต้องการ โปรแกรมเหล่านี้ยังช่วยแก้ไขข้อความเดิม ปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะกับ SEO จัดการงานแปล วิเคราะห์โทนการสื่อสาร และนำคอนเทนต์ไปปรับใช้กับหลายช่องทางได้ เช่น เปลี่ยนบทความบล็อกให้เป็นชุดโพสต์บน Instagram หรือเปลี่ยนข้อมูลสเปกสินค้าให้เป็นคำอธิบายสินค้าที่อ่านง่าย
- เสียง โปรแกรมแปลงข้อความเป็นเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถสร้างไฟล์เสียงจากเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ นักการตลาดจึงนำไปใช้สร้างเสียงพากย์วิดีโอ เพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิทัล หรือแม้แต่ผลิตพอดแคสต์ได้อย่างสะดวก บางเครื่องมือยังสามารถเปลี่ยนบทความหรือบล็อกให้กลายเป็นบทสนทนาสไตล์พอดแคสต์ได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย
การแบ่งกลุ่มลูกค้าและปรับแต่งเฉพาะบุคคล
AI ยังช่วยให้นักการตลาดดิจิทัลปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น โดยส่งมอบข้อความและข้อเสนอที่มีแนวโน้มกระตุ้นการตัดสินใจได้ดีกว่าเดิม ซึ่งทำได้ผ่านกระบวนการสำคัญดังต่อไปนี้
- การแบ่งกลุ่มลูกค้า โปรแกรมช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย AI จะวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เช่น ข้อมูลประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเข้าชม ประวัติการซื้อ รวมถึงรูปแบบการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ โดย AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สร้างกลุ่มลูกค้าได้อย่างละเอียดและแม่นยำ พร้อมอัปเดตแบบเรียลไทม์
- การกำหนดเป้าหมายอย่างชาญฉลาด การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ช่วยให้นักการตลาดระบุได้ว่าข้อความแบบไหนเหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากที่สุด โดยใช้แมชชีนเลิร์นนิงและแบบจำลองทางสถิติคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภค ขณะที่การวิเคราะห์เชิงแนะนำจะก้าวไปอีกขั้นด้วยการเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการบรรลุเป้าหมายทางการตลาดที่กำหนดไว้
- การปรับแต่งการตลาดเฉพาะบุคคล ปลายทางของทั้งหมดนี้คือ การทำ Personalization ทางการตลาดที่ช่วยให้นักการตลาดปรับเวลา คอนเทนต์ รวมถึงวิธีส่งข้อความให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ
การบริการลูกค้า
ทีมการตลาดใช้เครื่องมือ AI เพื่อมอบประสบการณ์การบริการลูกค้าที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสม่ำเสมอตลอดเส้นทางการซื้อของลูกค้า โดย AI สามารถเข้ามาช่วยได้ในหลายด้าน ดังนี้
- การรวมข้อมูลไว้ที่เดียว เครื่องมือ AI สามารถดึงข้อมูลจากอีเมล แชตบอต แบบฟอร์ม ฟีดแบ็กลูกค้า บันทึกการโทร รวมถึง DM แล้วรวบรวมไว้ในโปรไฟล์ลูกค้าแบบศูนย์กลาง ช่วยให้ทีมบริการลูกค้าสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกันในทุกช่องทาง นอกจากนี้ AI ยังติดตามและประวัติการติดต่อที่เกี่ยวข้องกับคำขอแต่ละรายการ ทำให้การทำงานร่วมกันในเคสซับซ้อนคล่องตัวขึ้น
- การบริการตนเองแบบโต้ตอบได้ แชทบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยลูกค้าค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำบทความที่เกี่ยวข้อง สรุปข้อมูลสำคัญจากเอกสาร หรือช่วยดำเนินการพื้นฐานต่างๆ เช่น การคืนสินค้า การแก้ไขคำสั่งซื้อ หรือการจัดการการสมัครสมาชิก ช่วยให้ลูกค้าได้รับคำตอบรวดเร็วโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่
- ซัพพอร์ตลูกค้าแบบอัตโนมัติ AI chatbot แบบ Generative สามารถจัดการบทสนทนาซัพพอร์ตลูกค้าได้เองในหลายกรณี ช่วยลดเวลารอและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า แชตบอตสามารถตอบคำถามด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ ดำเนินบทสนทนาตามลำดับที่เหมาะสม และรู้ว่าเมื่อไรควรส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลต่อ อีกทั้งยังช่วยทีมงานมนุษย์ด้วยการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างคำตอบแนะนำ และสรุปประวัติเคสได้อย่างรวดเร็ว
- การแนะนำสินค้าที่เหมาะกับแต่ละคน AI ช่วยสนับสนุนการค้นหาสินค้าโดยวิเคราะห์ประวัติการสนทนา พฤติกรรมการใช้งาน และข้อมูลอื่นๆ ของลูกค้า เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่มีแนวโน้มตรงกับความสนใจมากที่สุด เครื่องมือวิเคราะห์เชิงคาดการณ์บางประเภทสามารถคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้ล่วงหน้า ทำให้ทีมงานสามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้ก่อนที่ลูกค้าจะร้องขอด้วยซ้ำ
การเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ
นักการตลาดยังใช้ AI เพื่อยกระดับแคมเปญที่กำลังรันอยู่ โดยอาศัยการแบ่งกลุ่มลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อปรับกลยุทธ์ในทุกช่องทางให้ดีขึ้น ตัวอย่างวิธีปรับมี 4 แบบดังนี้
- อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เครื่องมือ AI สามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์ของอีเมลและแนะนำแนวทางที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย เช่น การวิเคราะห์หัวข้ออีเมลที่มีอัตราการเปิดสูง เพื่อค้นหารูปแบบที่ได้ผลและนำไปปรับใช้กับแคมเปญอื่นๆ นอกจากนี้ AI ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบอีเมล แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า และแหล่งข้อมูลออนไลน์ต่างๆ เพื่อกำหนดช่วงเวลาส่งอีเมลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ
- การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับเครื่องมือค้นหา โปรแกรม AI ด้าน SEO สามารถแนะนำการปรับคอนเทนต์แบบเฉพาะเจาะจงโดยอิงจากข้อมูลการค้นหาแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังปรับคอนเทนต์และโครงสร้างหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและช่วยให้ติดอันดับดีขึ้นในหน้าผลลัพธ์ของเสิร์ชเอนจิน
- โฆษณาดิจิทัล AI สามารถปรับราคาเสนอซื้อพื้นที่โฆษณาได้แบบอัตโนมัติโดยอาศัยข้อมูลประสิทธิภาพในอดีตและข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และสนับสนุนการทำ Dynamic Ad Optimization ซึ่งเป็นการปรับข้อความ รูปภาพ หรือองค์ประกอบของโฆษณาให้เหมาะกับผู้ชมแต่ละกลุ่มตามข้อมูลพฤติกรรมและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
- แคมเปญโซเชียลมีเดีย เครื่องมือ AI ช่วยปรับการตลาดบนโซเชียลมีเดียให้คมขึ้น ด้วยอินไซต์ที่นำไปใช้ต่อได้จริงว่าคอนเทนต์แบบไหนได้ผลกับกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังช่วยเลือกเวลาลงโพสต์ที่เหมาะสม รวมถึงใช้การวิเคราะห์ความรู้สึก เพื่อติดตามความคิดเห็นและบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์บนช่องทางออนไลน์ ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจมุมมองของผู้บริโภคและปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที
การทำงานอัตโนมัติ
นักการตลาดใช้ AI เพื่อทำงานการตลาดแบบอัตโนมัติได้ได้หลากหลายรูปแบ ทั้งงานซ้ำๆ อย่างการกรอกข้อมูล และงานประจำอย่างการทำรายงานผลรายเดือน ตัวอย่างการใช้งานของทีมการตลาด มีดังนี้
- การจัดการเวิร์กโฟลว์ เครื่องมือ AI ด้านการตลาดช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานจัดการโปรเจกต์ดิจิทัลแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นรายงานสถานะโปรเจกต์ ติดตามเดดไลน์หลายรายการ ตรวจสอบภาระงาน รวมถึงโยกย้ายความรับผิดชอบ ช่วยลดความจำเป็นที่ทีมการตลาดต้องมานั่งแก้คอขวดด้วยตัวเอง
- การจัดการรายชื่อผู้ติดต่อ AI Marketing Tools สามารถรับผิดชอบงานป้อนข้อมูล ทำความสะอาดรายชื่อ คัดแยกอีเมล รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้
- การจัดการแคมเปญ ระบบการตลาดอัตโนมัติยังช่วยดูแลและติดตามแคมเปญที่กำลังทำอยู่ได้ ตั้งแต่การเผยแพร่คอนเทนต์ สร้างรายงานผลการดำเนินงาน และแจ้งเตือนเมื่อพบปัญหาหรือความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญ
ข้อดีของ AI ใน Digital Marketing
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- ได้อินไซต์จากข้อมูลจริง
- การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าในวงกว้าง
- เพิ่มพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์
กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ AI ช่วยประหยัดเวลา ยกระดับผลลัพธ์ และทำให้การตัดสินใจอิงข้อมูลจริงมากขึ้น ประโยชน์หลักๆ มีดังนี้
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ระบบ AI ทำงานได้รวดเร็วมาก นักการตลาดสามารถค้นหารายงานอุตสาหกรรม ดึงอินไซต์สำคัญ ระดมไอเดียหัวข้อบล็อกที่เกี่ยวข้อง สร้างบทความ และปรับให้เหมาะกับการค้นหาได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ผลสำรวจบางฉบับยังพบว่า นักการตลาดเกือบ 3 ใน 4 เชื่อว่า AI จะช่วยประหยัดเวลาการทำงานได้เทียบเท่ากับการทำงานประมาณหนึ่งเดือนต่อปี
ได้อินไซต์จากข้อมูลจริง
เครื่องมือการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยขยายความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลของทีมได้อย่างมาก เพราะสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล และใช้การวิเคราะห์หลายตัวแปรรวมถึงแบบจำลองทางสถิติเพื่อมองหาแนวโน้มที่ปกติอาจมองไม่เห็น ทำให้ได้อินไซต์ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและประสิทธิภาพทางการตลาด
การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าในวงกว้าง
การทำ Personalization เป็นงานหนัก แต่ซอฟต์แวร์ AI ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง ความสามารถของ AI ในการรวบรวม ประมวลผล และจัดการข้อมูล สร้างคอนเทนต์ รวมถึงตอบสนองต่อข้อมูลที่เปลี่ยนไปแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมการตลาดนำ Personalization ไปใช้ได้ตลอดทั้งเส้นทางลูกค้า
เพิ่มพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์
การตลาดเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่ในความเป็นจริง นักการตลาดดิจิทัลใช้เวลาไปกับงานประจำจำนวนมาก การให้ AI รับช่วงงานซ้ำๆ จึงช่วยเปิดเวลาให้มนุษย์ได้คิด ทดลอง และอาจสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาจริงๆ
ข้อจำกัดของ AI ในการตลาดดิจิทัล
การพึ่งพา AI เพื่อขับเคลื่อนงานการตลาดมีข้อควรระวังอยู่บ้าง และควรทำความเข้าใจให้รอบด้าน ดังนี้
อคติและความไม่แม่นยำของข้อมูล
ผลลัพธ์จาก AI สะท้อนอคติที่อยู่ในข้อมูลฝึกสอน ซึ่งอาจนำไปสู่คำตอบที่ไม่แม่นยำ เอนเอียง หรือรุนแรงจนไม่เหมาะสมได้
คุณภาพคอนเทนต์
AI อาจทำซ้ำข้อผิดพลาด สร้างคำตอบที่ทำให้เข้าใจผิด หรือแม้แต่แต่งข้อมูลขึ้นมาเอง อีกทั้งยังไม่มีรสนิยมเชิงสุนทรียะเหมือนมนุษย์ ดังนั้นหากไม่มีคนครีเอทีฟที่มีทักษะคอยกำกับ คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI อาจดูซ้ำๆ ไม่จริงใจ และขาดเอกลักษณ์
ประเด็นด้านลิขสิทธิ์
Generative AI ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ จึงยังไม่มีความชัดเจนเต็มที่ว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิในคอนเทนต์ที่ AI สร้างขึ้น หรือหากผลลัพธ์จาก AI ไปละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจะมีความรับผิดตกอยู่ที่ใคร
ความเป็นธรรมชาติที่ลดลง
ธุรกิจประกอบขึ้นจากคน และลูกค้าก็เป็นคนเช่นกัน เมื่อแทนที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยการโต้ตอบระหว่างคนกับ AI ก็เท่ากับลดโอกาสในการสร้างความเชื่อมโยงที่จริงใจระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Digital Marketing
AI Marketing คืออะไร และนำมาใช้ในการตลาดดิจิทัลอย่างไร
ตัวอย่างการใช้ AI ในการตลาดดิจิทัลที่พบได้บ่อยมี 5 แบบดังนี้
- ทำการสร้างคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ
- คาดการณ์แนวโน้มตลาดจากข้อมูลในอดีต
- ปรับแคมเปญแบบเรียลไทม์
- ใช้ Generative AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
- ให้ AI รับช่วงงานการตลาดประจำที่ทำซ้ำอยู่เสมอ
AI จะเข้ามาแทนที่นักการตลาดดิจิทัลหรือไม่
เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมการตลาด แต่มีแนวโน้มต่ำมากที่จะเข้ามาแทนมนุษย์ทั้งหมดในโลกการตลาดดิจิทัล AI ช่วยมอบอินไซต์สำคัญและผสมผสานไอเดียในรูปแบบใหม่ที่ใช้งานได้จริง แต่ยังไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่ก้าวพ้นกรอบเดิมได้ หากไม่มีข้อมูลที่เพียงพอหรือเชื่อถือได้
เครื่องมือ AI สำหรับการตลาดดิจิทัลมีอะไรบ้าง
เครื่องมือ AI ที่นิยมใช้ในการตลาดดิจิทัลสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น
- เครื่องมือ AI สำหรับ SEO
- เครื่องมือ AI สำหรับการตลาดบนโซเชียลมีเดีย
- เครื่องมือ AI สำหรับการตลาดทางตรง เช่น อีเมลและระบบอัตโนมัติ
ธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้ AI Marketing ได้หรือไม่
ได้ ปัจจุบันมีเครื่องมือ AI จำนวนมากที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย โดยสามารถช่วยสร้างคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า จัดการอีเมลการตลาด และดูแลลูกค้าอัตโนมัติได้ ช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดโดยไม่จำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่
AI Marketing เหมาะกับธุรกิจประเภทใด
AI Marketing สามารถนำไปใช้ได้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจบริการ แบรนด์สินค้า B2C หรือธุรกิจ B2B โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องจัดการข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก หรือต้องการปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าในหลายช่องทางการสื่อสาร
ควรเริ่มใช้ AI Marketing จากส่วนไหนก่อน
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจากงานที่ใช้เวลามากและมีขั้นตอนซ้ำๆ เช่น การสร้างคอนเทนต์ การเขียนอีเมลการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น หรือการตอบคำถามลูกค้าผ่านแชทบอต เมื่อทีมงานคุ้นเคยกับการใช้งานแล้ว จึงค่อยขยายไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการปรับแต่งแคมเปญด้วย AI ในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น

